คอลลาเจนมีกี่ประเภท มารู้จักคอลลาเจนกันเถอะ

21
คอลลาเจนมีกี่ประเภท
advertising

คอลลาเจนมีกี่ประเภท มารู้จักคอลลาเจนกันเถอะ

คอลลาเจนมีกี่ประเภท มารู้จักคอลลาเจนกันเถอะ รู้จักกับคอลลาเจน สารสำคัญที่คงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณ คอลลาเจนมีความสำคัญต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่งภายในร่างกายนั่นเอง

ซึ่งส่งผลต่อผิวพรรณ การเสริมสร้างกระดูกบำรุงข้อ และยังใช้ประโยชน์ในด้านการแพทย์อีกด้วย โดยเราจะมาทำความรู้จักกับคอลลาเจนให้มากขึ้นดังต่อไปนี้ — คอลลาเจนมีกี่ประเภท

คอลลาเจน

คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นโครงสร้างหลักของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันในร่างกาย ซึ่งพบได้ในส่วนที่เป็นผิวหนัง เอ็น และกระดูกอ่อน โดยปกติร่างกายของเราจะมีคอลลาเจนอยู่ 2 ชนิด คือ

1. คอลลาเจนที่ละลายน้ำไม่ได้ (Insoluble Collagen)
2. คอลลาเจนที่ละลายน้ำได้ (Soluble Collagen) จะมีปริมาณลดลงเมื่อมีอายุเพิ่มมากขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนสภาพเป็นคอลลาเจนที่ละลายน้ำไม่ได้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สูญเสียความเต่งตึงและยืดหยุ่นของผิวหนัง จนทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นนั่นเอง

ชนิดของคอลลาเจน

คอลลาเจนสามารถแบ่งได้ทั้งหมดออกเป็น 13 ชนิด โดยเรียงตามลำดับของกรดอะมิโน แต่ที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปนั้นมีเพียง 4 ชนิดเท่านั้น ดังนี้

1. คอลลาเจนชนิด type I มักจะพบในกลุ่มสัตว์ชั้นสูงที่อยู่ในบริเวณหนัง เอ็น และกระดูก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 สาย คือ สาย α1( I ) จำนวน 2 สาย และ α2 ( I ) จำนวน 1 สาย คอลลาเจนชนิดนี้ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนไกลซีน มีอยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของกรดอะมิโนทั้งหมด ส่วนกรดอะมิโนที่ไม่บิดเป็นเกลียวสั้นจะประกอบไปด้วยฮิสติดีนและไทโรซีน

2. คอลลาเจนชนิด type II มักจะพบในกระดูกอ่อน ซึ่งประกอบไปด้วยสาย α1( II ) จำนวน 3 สาย ลักษณะคล้าย ๆ สาย α1( I ) คอลลาเจนชนิดนี้จะมีปริมาณไฮดรอกซีไลซีนสูงกว่าชนิด type I มากกว่าถึง 3 เท่า

3. คอลลาเจนชนิด type III เป็นคอลลาเจนที่พบได้ปริมาณน้อย (ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์) มักพบในเส้นเลือด และยังมีการจับตัวกับคอลลาเจนชนิด type I จึงสามารถพบคอลลาเจนชนิด type III ปะปนกับคอลลาเจน type I หลังจากผ่านการสกัดคอลลาเจนแล้ว

4. คอลลาเจนประเภท type IV เป็นคอลลาเจนที่มีลักษณะเฉพาะตัว โดยสามารถพบได้เฉพาะบริเวณเส้นใยฝอยของเยื่อแผ่นบางๆ บริเวณนอกเซลล์

แหล่งธรรมชาติที่สามารถสกัดคอลลาเจนได้

คอลลาเจนจากวัว

• เนื้อวัว (Bovine Collagen Filler) คอลลาเจนชนิดนี้มักจะใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับผสมกับเครื่องสำอางมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ Phosphate Buffered Saline เหมาะสำหรับรอยย่นที่ตื้นๆ และอีกชนิดคือ Cross – Linked Bovine Collagen Fibril ที่เหมาะสำหรับริ้วรอยร่องลึก เนื่องจากมีคุณสมบัติสามารถทนทานต่อการถูกทำลายจากเอนไซม์ Collagenese แต่จะมีข้อเสียตรงที่มักจะพบอาการแพ้ได้ง่าย

advertising

คอลลาเจนหมู

• เนื้อหมู (Porcine Collagen Filler) คอลลาเจนชนิดนี้จะได้จากการสกัดเนื้อหมู โดยผ่านการรับรองผลจากประเทศสหรัฐอเมริกาเรียบร้อยแล้วว่า อนุญาตให้ใช้เพื่อการลบเลือนริ้วรอยและดูแลผิวพรรณที่มีร่องลึกได้ ซึ่งให้ประสิทธิภาพการรักษาที่คงทนกว่าคอลลาเจนที่ได้จากเนื้อวัวและมนุษย์ ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยพบอาการแพ้ แต่สำหรับผู้ที่มีประวัติ Anaphylactic Shock หรือปฏิกิริยาภูมิไวควรระมัดระวัง

คอลลาเจนจากปลา

• ส่วนต่างๆ ของปลา (Fish Collagen Filler) คอลลาเจนชนิดนี้จะได้จากส่วนต่างๆ ของปลา ไม่ว่าจะเป็นเนื้อปลา หนังปลา หรือเกล็ดปลาก็ตาม ซึ่งเป็นแหล่งคอลลาเจนที่มีจำนวนมากและสามารถหาได้ง่าย

คอลลาเจนของคน

• มนุษย์ คอลลาเจนชนิดนี้จะได้จากเซลล์ไฟโบบลาสต์ที่มาจากการเพาะเลี้ยง ซึ่งมีประสิทธิภาพการรักษาเหมือนกับคอลลาเจนที่ได้จากเนื้อวัว โดยใช้สำหรับการแก้ปัญหาริ้วรอย แผลเป็น ปัญหาเนื้อเยื่ออ่อนที่มีลักษณะผิดปกติ และใช้เติมเต็มบริเวณริมฝีปาก ข้อดีของคอลลาเจนชนิดนี้คือไม่ค่อยพบอาการแพ้เท่าไร แต่จะมีระยะความคงทนที่สั้นกว่า

ชนิดของคอลลาเจนสำหรับเครื่องสำอาง

คอลลาเจนที่นำมาใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ

1. Soluble Collagen มีน้ำหนักโมเลกุลประมาณ 300,000 ดาลตัน โดยมีคุณสมบัติสามารถช่วยดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังอย่างช้าๆ
2. Hydrolyzate Collagen เป็นคอลลาเจนที่ได้จากการนำคอลลาเจนนั้นๆ มาย่อยด้วยเอนไซม์หรือเบส เพื่อทำให้น้ำหนักโมเลกุลอยู่ในช่วง 1,000 – 25,000 ดาลตัน จึงทำให้มีคุณสมบัติสามารถละลายน้ำและดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น

ประโยชน์ของคอลลาเจน

ในปัจจุบันมีการนำคอลลาเจนมาใช้ประโยชน์หลายอย่าง โดยผลิตออกมาในรูปแบบของเครื่องอุปโภคบริโภคและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทั้งชนิดเม็ด ชนิดผงเพื่อชงดื่ม รวมถึงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน

1. ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในงานที่เกี่ยวกับการผ่าตัด การฉีดเพื่อรักษารอยแผลเป็น รอยเหี่ยวย่น หรือการผ่าตัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
2. ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง เพื่อเสริมสรรพคุณในการรักษารอยเหี่ยวย่น พร้อมกับบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง เต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยมากขึ้น
3. ใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือแหล่งโปรตีนเสริมที่จำเป็นต่อร่างกาย
4. บำรุงสุขภาพผิวพรรณ โดยปกป้องดูแลผิวและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพรรณ

ข้อเสียของคอลลาเจน

1. อาจจะมีอาการติดเชื้อได้จากคอลลาเจนที่ไม่สะอาดปลอดภัยจากเชื้อโรค อย่างเช่นเชื้อแอนแทรคจากเนื้อวัว หรือเชื้อโรคอื่นๆ จากเนื้อปลาและเนื้อหมูที่สามารถแพร่ติดต่อสู่คนได้
2. สำหรับผู้ที่มีภูมิไวอาจจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่แพ้อาหารทะเลจะเสี่ยงต่ออาการแพ้จากคอลลาเจนจากปลาทะเล หรือแหล่งคอลลาเจนที่ไม่สะอาดเพียงพอจะเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษ

ดังนั้นเราจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่สามารถเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยอย่างแน่นอน และหมั่นดูแลสุขภาพของตนเอง ก็จะช่วยให้เราได้ประโยชน์จากคอลลาเจนสูงสุดค่ะ

โปรดรอสักครู่ กำลังโหลดความคิดเห็นของเพื่อน ๆ และเพื่อเขียนความคิดเห็นของคุณ