ผิวไหม้แดด ทำยังไงดี ? เจาะลึกวิธีรับมือและดูแลผิวให้กลับมาขาวดังเดิม

302
ผิวไหม้แดด

ผิวไหม้แดด ทำยังไงดี ? เจาะลึกวิธีรับมือและดูแลผิวให้กลับมาขาวดังเดิม

ผิวไหม้แดด (Sunburn) นั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าจะมีสภาพผิวอย่างไร ในสภาพอากาศที่ร้อนระอุบวกกับแสงแดดที่แผดเผาระดับสิบในประเทศไทยอาจทำให้หลายคนชะล่าใจว่าด้วยผิวคนเอเชียนั้นทนแดดได้ ไม่คล้ำเสียง่าย อยากจะบอกว่าคิดผิดอย่างแรงค่ะ ตามธรรมชาติแล้วร่างกายของมนุษย์จะมีกระบวนการป้องกันรังสียูวี ด้วยกระบวนการที่เรียกว่า ผลิตเม็ดสีที่มีชื่อว่าเมลานิน (Melanin) ในปริมาณที่ทำให้สีผิวคล้ำขึ้นมากกว่าปกติบนผิวหนังชั้นนอก และสาเหตุหลักที่เกิดผิวไหม้แดดนั้น มาจากรังสียูวีอัลตร้าไวโอเลต หรือที่เรารู้จักกันดีอย่าง UVA และ UVB

ผิวไหม้แดด

1.ยูวีเอ (UVA)

ถ้าพูดถึงระดับความรุนแรงแล้ว รังสียูวีเอน้อยกว่ายูวีบี แต่กระนั้นก็เป็นรังสีที่สามารถทำลายเซลล์ใหม่ที่กำลังจะเกิดบนชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมันใต้ผิวหนัง เกิดการขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูผิวทำให้ผิวเกิดร่องรอยลึก เหี่ยวย่น เมื่อมีการสะสมอยู่มาก

2.ยูวีบี (UVB)

ความรุนแรงนั้นที่สุด รังสียูวีบีทำลายชั้นหนังกำพร้า เป็นตัวการทำให้ผิวเกิดอักเสบแดงให้เกิดอาการผิวไหม้แดด และแน่นอนว่าการที่รังสียูบีทำลายชั้นผิวอยู่ต่อเนื่อง นอกจากจะเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นปถึงชั้นในและนอกของผิวหนัง การเร่งสร้างเม็ดสีเมลานินโดยม่จำเป็นเป็นเวลานานก็อาจเกิดการสะสมความคล้ำเสีย ก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ง่าย

โดยทั้งสองรังสีจะกระทบลงผิวหนังของมนุษย์ แม้ว่าคุณจะสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดหรืออยู่ภายในอาคารก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงรังสีเหล่านี้ที่จะเล็ดลอดเข้ามาได้ การที่เราได้รับรังสีนี้มากเกินไปทำให้ผิวเกิดภาวะการอักเสบ แสบร้อน แดง เป็นตุ่ม หรือบางกรณีเกิดการลอกบนผิวหนัง บริเวณที่เกิดขึ้นสามารถพบได้ทุกบริเวณผิวของบนร่างกาย เช่น หนังศีรษะ ดวงตา ริมฝีผาก หรือแม้แต่หู เป็นต้น

สาเหตุรองอื่นที่หลายคนอาจไม่คาดคิด อย่างเช่น รังสียูวีเทียม อย่างคอมพิวเตอร์ จอโทรศัพท์มือถือ ตู้อบผิวแทน รวมปถึงการสะท้อนของพื้นผิววัตถุ เช่น ใกล้แหล่งน้ำและมีการสะท้อนกลับของแสงแดด หรือบนอาคารที่ดีไซน์เป็นกระจกหักเหแสง เป็นต้น แม้ไม่มีอานุภาพรุนแรงที่ก็เป็นการสะสมที่กระตุ้นให้ผิวสร้างเมลานิน และเกิดผิวหม้แดดได้ในที่สุด และยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกมากที่เป็นปัจจัยเกิดผิวไหม้แดด เช่น

  • อาศัยบนพื้นที่เหนือระดับน้ำทะเลมาก ๆ ทำให้ได้รับความเข้มข้นของรังสียูวีโดยตรงมากขึ้น เช่น คนพื้นเมืองบนภูเขา ประเทศทิเบต ยอดเขาเอเวอร์เรส เป็นต้น
  • ได้รับแสงแดดในช่วงเวลา 08.00 – 16.00 น. โดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายสามโมง เป็นช่วงที่พระอาทิตย์แผ่รังสียูวีมากที่สุด หากทำกิจกรรมใดใดในช่วงนี้และไม่ได้ทาครีมป้องกันไว้ ก็จะเกิดอาการไหม้แดดเห็นอย่างได้ชัด
  • ผิวเปียกจากการเล่นน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบหรือทะเล เพราะผิวเปียกจะเกิดการสะท้อนกลับของเเสง ทำให้ผิวเกิดการสร้างเม็ดเมลานินเพิ่มขึ้น
  • ใช้ยาบางชนิดที่ไวต่อแสง เช่น กลุ่มครีมอนุพันธ์วิตามินเอ ยาด็อกซีไซคลิน เป็นต้น
  • การออกแดดเป็นประจำและไม่ได้ใส่เสื้อผ้ามิดชิดพอที่จะปกป้องจากแสงแดด
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของเม็ดสี เช่น โรคแพ้แสงแดด (Xeroderma Pigmentosum) โรคผิวเผือก (Albinism) โรคด่างขาว (Vitiligo) เป็นต้น

รักษา ผิวไหม้แดด อย่างเร่งด่วน

ผิวไหม้แดด

ขณะที่เรากำลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือเล่นน้ำทะเลกับเพื่อนอย่างสนุกสนาน แต่แล้วก็รู้สึกแสบคันยิก ๆ จนทนไม่ไหวต้องเข้าร่มสักหน่อย แต่แล้วก็ต้องน้ำตาซึมเพราะผิวสวยได้หมองคล้ำไปซะแล้ว แถมยังเจ็บอีกด้วย

ผิวไหม้แดดอาจจะเกิดขึ้นได้แม้จะมีสวมเสื้อผ้าปกคลุมที่บางเกินไปทำให้ไม่สามารถปกป้องจากรังสียูวีได้อีกทั้งอาจเกิดขึ้นกับอวัยวะอื่น ๆ เช่น ดวงตา เกิดอาการแสบไม่สู้แสง แสน้ำตาไหล เจ็บตา  ระคายเคืองเหมือนมีเม็ดทราอยู่ในตา ฉะนั้นเราไม่สวมแว่นตารือทากันแดดก่อนกลางแจ้งทุกครั้ง

นอกจากนี้ผิวไหม้แดดจะมีอาการหลังโดนแสงแดดประมาณ 2- 5 ชั่วโมง เริ่มแรกจะรู้สึกแสบร้อนวูบวาบที่ผิว ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง มีอุณหภูมิสูงขึ้น แลหลังจาก 24 ชั่วโมงก็จะเริ่มระคายเคืองและมีอาการปวดร่วม ความเจ็บปวดหรือรอยแดงจะแยกออกไปตามระดับความรุนแรง ดังนี้

  1. ผิวไหม้แดดไม่รุนแรง ผิวจะอักเสบเป็นสีแดงและมีอาการปวดบริเวณที่โดนแสงแดดไหม้ร่วมด้วยเป็นเวลา 3-5 วัน และมีการผลัดเซลล์ผิวในช่วงหลังห้าวันเพื่อสร้างเซลล์ทดแทน
  2. ผิวไหม้แดดรุนแรงปานกลาง ผิวหนังมีอาการบวมแดงและอักเสบ เมื่อสัมผัสก็จะรู้สึกแสบร้อนมาก มีอาการปวดร่วมด้วยแต่ความเจ็บจะมากยิ่งขึ้นเช่นกัน ใช้เวลา5 วันถึง 1 สัปดาห์ในการฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีสภาพปกติ และมีการผลัดเซลล์ผิว แห้งลอกเมื่ออาการใกล้หายดี
  3. ผิวไหม้แดดรุนแรงมาก จะเห็นได้ชัดว่ามีผิวที่แดงมากจนเกือบหม้ มีตุ่มน้ำพองออกมา รู้สึกแสบร้อนทรมาน ผิวบริเวณที่สัมผัสกับแดดจะมีอาการแดงมากและมีตุ่มน้ำที่รู้สึกแสบร้อนเกิดขึ้น ซึ่งผิวไหม้ระดับนี้ต้องให้แพทย์ดูแลรักษาเท่านั้น ใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์เพื่อทีจะรักษาให้หายดี

วิธีรักษาแผลไหม้แดดอย่างเร่งด่วน

  1. คูลดาวน์ผิวด้วยการอาบน้ำอุณหภูมิปกติ และใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเพื่อระบายความร้อน มาประคบตามตัว โดยเน้นส่วนที่โดนไหม้แดดอย่างอ่อนโยน หรือบางคนจะแช่น้ำเย็นเลยก็ได้นะคะ
  2. ทาครีมบำรุงผิว เน้นเป็นมอยเจอร์ไรซ์เจอร์ที่เน้นให้ความชุ่มชื้นไม่มีแอลกอฮอลล์ ควรทาทันทีหลังประคบเย็นเสร็จ เพราะเมื่อผิวคลายความร้อนออกมาก็จะได้มอยเจอร์ไรซ์เจอร์ช่วยไม่แห้งผิวแห้ง แดงพุพอง รักษาระดับน้ำในผิวนั่นเอง
  3. ทาว่านหางจระเข้สด หรือเป็นขวดสำเร็จก็ได้ตามสะดวก วิธีนี้ใช้ได้ตอนที่ผิวเริ่มแดงแสบหรือหลังอาบน้ำด้เช่นกัน การทาว่านหางจระเข้จะช่วยลดอาการอักเสบและให้ความชุ่มชื้นขึ้นระดับหนึ่ง
  4. บ้านใครมีอ่างอาบน้ำ แนะนำให้อาบหรือแช่น้ำนมเป็นเวลา 20 นาทีเป็นอย่างน้อย มีงานวิจัยออกมาว่าในน้ำนมมีกรดอะมิโน วิตามินเอ วิตามินบี โปรตีนธรรมชาติ ที่ช่วยให้ผิวที่แห้งแดงจากไหม้แดด เกิดการระบายความร้อนจาผิว ให้ผิวนุ่มฟู มีโปรตีนเคลือบบนชั้นผิวที่อักเสบ บรรเทาความแสบร้อน
  5. ทาคอร์ติโคสเตียรอยด์ครีมที่มีฤทธิ์อ่อนโยน คอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับลดการอักเสบของร่างกาย มีส่วนช่วยลดอาการคัน ผื่นแดง บวม และอาการแพ้อื่น ๆ โดยตัวยาจะลดสัญญาณและอาการของภาวะอักเสบ
  6. หากมีอาการปวดร่วม ให้รับประทานยาในกลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) ทั้งนี้ควรปรึกษาเภสัชกรทุกครั้งก่อนซื้อยา
  7. หากผิวไหม้แดดมีตุ่มน้ำ รวมไปถึงอาการมีไข้ หนาวสั่น ควรรีบพบแพทย์ทันที ห้ามเกาหรือเจาะตุ่มน้ำจนแตก เพราะอาการอาจจะลุกลามยิ่งกว่าเดิม
  8. ใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ เพราะผิวยังคงอักเสบและต้องการฟื้นฟู การใส่เสื้อผ้าที่รัดจะทำให้เกิดการกดทับแผล หรือระคายเคืองผิวอักเสบยิ่งขึ้น ดังนั้นหากผิวกำลังแดงอักเสบควรใส่เสื้อผ้าที่หลวม และเป็นคอตตอนธรรมชาติเพื่อระบายความร้อน
  9. งดการขัดผิว บางคนอยากให้ผลัดเซลล์ผิวให้ไวขึ้นเพราะเชื่อว่าพอผลัดผิวแล้วจะมีผิวใหม่ที่แข็งแรง เราต้องหยุดขัดถู ไม่ใช้ความรุนแรงกับผิวไปก่อน ต้องบำรุงให้ชุ่มชื้นและให้หายอักเสบเสียก่อน
  10. ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อรักษาความสมดุลอุณหภูมิในร่างกายและคงให้ผิวชุ่มชื่นจากภายใน

ทำยังไงให้ผิวกลับมาขาวใสเหมือนเดิม

ผิวไหม้แดด

  1. ทาครีมกันแดด ที่แนะนำคือSPF 50 PA+++ ถ้าทาบนตัวแนะนำเป็นครีมกันแดดฟิซิคัล (Physical Sunscreen) และทาย้ำทุก ๆ 4 ชม เพราะกลไกป้องกันจากครีมกันแดดจะลดประสิทธิภาพเมื่อไม่ได้ทาย้ำ อีกทั้งแสงแดดนั้นมีมากตลอดทั้งวันการทำซ้ำอีกจึงสำคัญมาก ท่องเอาไว้อยากขาวใสต้องทาเป็นประจำ ต้องอดทนนะคะ
  2. งดการขัดผิว 2 สัปดาห์ เพราะยิ่งขัดยิ่งลอกแสบ ทำให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้นทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองเล็กน้อยจนถึงรุนแรง การระคายเคืองนี้ทำให้สภาพผิวอ่อนแอและฟื้นฟูได้ยาก
  3. ใช้ครีมทาผิวที่มีวิตามินซี นาอะซีนามด์ทิ วิตามินซี ไกลโคลิก หรือเรตินอล เพราะสารเหล่านี้คือแหล่งวิตามินชั้นดีที่จะช่วยเสริมป้องกันชั้นผิว ทำให้ผิวขาวใสและทำให้ผิวฟื้นตัวได้ไวมากขึ้น ให้สังเกตุคำเหล่านี้หลังฉลาก  Ascorbic Acid, Sodium Ascorbyl Phosphate, Calcium Ascorbate, Niacinamide, Glutathione, Retinyl Palmitate, Sodium Hyaluronate, Glycine เป็นต้น
  4. รับประทานทานคอลลาเจน โดยเฉพาะคอลลาเจนไทป์ที่หนึ่ง ดีต่อร่างกายทั้งนั้น เพราะคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญในสร้างโปรตีนและชั้นผิวหนังของเราให้ฟื้นฟูและคงความสมดุล บ้างอาจจะรับประทานคอลลาเจนผสมวิตามินไปในตัวก็ยิ่งดี เช่นผสมวิตามินซี ผสมกลูต้าไธโอน เพราะจะได้ฟื้นฟูจากภายใน ผิวขาวใสขึ้นแน่นอน
  5. ใส่เสื้อผ้ามิดชิดในส่วนที่แดดเผา หลายๆคนจะไม่ชอบนักเพราะเมื่อเสื้อผ้าเสียดสีกับผิวที่หม้แดดก็ยิ่งทรมานแสบคันยุบยิบ เราแนะนำให้เป็นเสื้อผ้าบางสบาย เนื้อผ้าลื่นอย่างลินินแท้ หรือผ้าคอตตอนแท้ที่โปร่งสบายไม่อึดอัดจนเกินไป
  6. พอกผิวธรรมชาติ แและแช่น้ำนม การพอกผิวด้วยส่วนผสมธรรมชาติที่เป็นเบสอ่อนๆอย่างเช่นโยเกิร์ตผสมข้าวโอ๊ต หรือข้าวโอ๊ตหยาบผสมน้ำทำให้ผิวด้ผ่อนคลายและเย็นตัวลง เช่นเดียวกับการอาบน้ำนม เพราะกรดอะมิโนและโปรตีนในน้ำนมจะช่วยให้ผิวสร้างเกราะโปรตีนโดยธรรมชาติและช่วยคลายความร้อนจากผิวที่ไหม้แดดอีกด้วย แต่ต้องพอกและแช่อย่างน้อย 20 นาทีนะคะ

แน่นอนว่าเราอยู่ในภูมิประเทศที่มีแสงแดดจัดตลอดเวลาและรังสียูวียังเข้มข้น แม้ว่าเราจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เราก็สามารถป้องกันผิวของเราให้ห่างไกลจากการไหม้แดด อันเป็นสาเหตุที่ม่น่ายินดีคือ มะเร็งผิวหนัง ฉะนั้นไม่ว่าเพื่อน ๆ จะปไที่หนควรป้องกันผิวขาวสวยของเราจากแสงแดดด้วยการทาครีมกันแดดและสวมเสื้อผ้าปกคลุมร่างกายเป็นประจำ เท่านี้ก็ห่างกไลจากผิวไหม้แดดได้แล้วค่ะ


ที่มา

https://www.skincancer.org/risk-factors/uv-radiation/#:~:text=UVA%20rays%20cause%20tanning%2C%20and,the%20labels%20of%20sunscreen%20products.

https://www.mdanderson.org/publications/focused-on-health/what-s-the-difference-between-uva-and-uvb-rays-.h15-1592991.html

https://www.aad.org/public/everyday-care/injured-skin/burns/treat-sunburn

https://www.nhs.uk/conditions/sunburn/

https://www.nivea.co.uk/advice/skin/what-does-vitamin-c-do-for-your-skin

https://www.healthline.com/health/beauty-skin-care/milk-bath#types

https://www.tiege.com/blogs/news/is-retinyl-palmitate-good-or-bad-for-your-skin#:~:text=Retinyl%20Palmitate%20is%20an%20ingredient,rather%20is%20a%20cosmetic%20agent.

 

โปรดรอสักครู่ กำลังโหลดความคิดเห็นของเพื่อน ๆ และเพื่อเขียนความคิดเห็นของคุณ